กรมชลฯ เดินหน้าพัฒนาสู่องค์กรอัจฉริยะ คว้ารางวัลบริหารทรัพยากรบุคคลดีเด่นปี 61
วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ 2561

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายมนัส กำเนิดมณี ผู้อำนวยการกองพัสดุ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล นายธนา สุวัฑฒน ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา และข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เข้าร่วมพิธีมอบโล่เกียรติยศแก่ส่วนราชการส่งเสริมการบริหารทรัพยากรบุคคลดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2561 เนื่องในงานวันมูลนิธิพันเอกจินดา ณ สงขลา โดยมีนายประวีณ ณ นคร เป็นประธานในพิธี และให้เกียรติมอบโล่เกียรติยศ ณ ห้องประชุมจินดา ณ สงขลา อาคาร 3 สำนักงาน ก.พ. จังหวัดนนทบุรี

     ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการพิจารณาให้เป็นหน่วยงานบริหารทรัพยากรบุคคลดีเด่น ประจำปี 2561 จากมูลนิธิพันเอก จินดา ณ สงขลา ที่ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จัดให้มีการคัดเลือกหน่วยงานและนักบริหารทรัพยากรบุคคลดีเด่นขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งพิจารณาจากผลการสำรวจความคิดเห็นและความพึงพอใจของข้าราชการที่มีต่อการทำงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ประกอบกับการพิจารณาข้อมูลการดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล และการพัฒนานวัตกรรมที่โดดเด่น ตลอดจนประโยชน์และผลลัพท์ที่เกิดขึ้นกับองค์กรในปีที่ผ่านมา

     ทั้งนี้ กรมชลประทานเป็นหน่วยงานที่มีนวัตกรรมเพื่อรองรับและพัฒนางานประจำ รวมทั้งการปฏิบัติงานตามหน้าที่ประจำที่ต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบต่างๆที่โดดเด่น และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีได้ โดยที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงงานด้านทรัพยากรบุคคลไปสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว เริ่มจากการพัฒนาฐานข้อมูลบุคลากรสู่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (WAM – Web application to support manning analysis) มาใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลประมวลผลอัตรากำลัง โดยวิเคราะห์จากกิจกรรม ข้อมูลปริมาณงาน และระยะเวลามาตรฐานในการปฏิบัติงาน จำแนกตามหน่วยงานและประเภทบุคคล ทำให้สามารถวิเคราะห์อัตรากำลังของข้าราชการ และพนักงานราชการได้ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งสามารถใช้ระบบหรือโปรแกรมดังกล่าวในการปรับปรุงข้อมูลและวิเคราะห์อัตรากำลังให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา

     นอกจากนี้ กรมชลประทานได้มีการจัดทำระบบบริหารโครงการฝึกอบรมรูปแบบ Online (E-Training) ที่ส่งผลให้กรมชลประทานมีระบบและฐานข้อมูลการพัฒนาที่สามารถพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตอบสนองความต้องการในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลได้อย่างทั่วถึงทั้งองค์กรอธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า กรมชลประทานยังได้มีการพัฒนาระบบ EPP+ (Employee Performance Portfolio)เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารผลการปฏิบัติราชการภายในกรม ซึ่งจะครอบคลุมกระบวนการบริหารผลการปฏิบัติราชการทั้งหมด เริ่มตั้งแต่กระบวนการวางแผน การกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย ผลการปฏิบัติงานและสมรรถนะ การติดตามผลการปฏิบัติงาน การวางแผนพัฒนารายบุคคล การประเมินผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัด และการนำผลการประเมินไปใช้เลื่อนเงินเดือน นอกจากนี้กรมชลประทานยังได้มีการวิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนาบุคลากร(Training Need Analysis) เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรทั้งในระยะยาวและประจำปี ซึ่งมีทั้งแนวทางที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ

     “ทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยที่มีค่ายิ่งขององค์กร องค์กรใดที่มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพสูงและสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ องค์กรนั้นก็เจริญก้าวหน้าและมีความมั่นคง นอกจากนี้ การมีผู้นำหน่วยงานทรัพยากรบุคคลที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ประกอบกับความสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจของบุคลากรในหน่วยงาน ส่งผลให้สามารถกำหนดทิศทางหรือแนวทางการดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลสอดคล้องกับบริบท นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศ ซึ่งกรมชลประทานได้ กำหนดวิสัยทัศน์ที่จะเป็น องค์กรอัจฉริยะที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security)ให้ได้ภายในปี 2579 ” อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว